พระมหาธาตุ นภพลภูมิสิริ

ประวัติ

เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๓๕ อันเป็นปีมิ่งมหามงคลที่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ (รัชกาลที่๙) ทรงเจริญพระชนมพรรษา ๕ รอบ กองทัพอากาศ ได้ก่อสร้างพระมหาธาตุเจดีย์ เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวาย และได้รับพระราชทานนามว่า “พระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ” อันมีความหมายว่า “เป็นกำลังแห่งฟ้าเป็นสิริแห่งดิน”

พระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ มีรูปแบบเป็นเจดีย์ทรงระฆังคว่ำรูป ๑๒ เหลี่ยม เป็นเครื่องหมายแทน อัจฉริยธรรม ๑๒ ประการ แห่งองค์พระพุทธมารดา มีความสูง ๕๕ เมตร ต่ำกว่าพระมหาธาตุนภเมทนีดล ๕ เมตร เพื่อแทนความหมายว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระเยาว์กว่าในหลวง รัชกาลที่ ๙ ๕ พรรษา

ที่ยอดปลีสีทองเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ และภายในห้องโถงกลางรูปโดม ๑๒ เหลี่ยม เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางรำพึง แกะสลักด้วยหินหยกสีขาว ซึ่งเป็นพระพุทธรูปประจำพระชนมวารของ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ(รัชกาลที่๙) และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามว่า “พระพุทธสิริกิติทีฆายุมงคล” มีความหมายว่า “พระพุทธเจ้าทรงเป็นสิริมงคลและทรงเจริญพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินินาถ(รัชกาลที่๙)”

พระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ ที่สร้างขึ้นเพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ(รัชกาลที่๙) องค์นี้เน้นการออกแบบที่รูปลักษณ์ และสีสันอันอ่อนช้อยงดงาม สมกับคุณลักษณะตามธรรมชาติของสตรี นอกจากนี้ยังเป็นการออกแบบก่อสร้างตามแนวทางของหลักธรรมะ ข้อที่ว่า “โพธิปักขิยธรรม ๓๗ ประการ” ซึ่งหมายถึง
ธรรมอันเป็นไปในทางฝักใฝ่การบรรลุพระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณในที่สุด

 

 

 

พระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ

 

ในการก่อสร้างพระมหาธาตุเจดีย์ นภพลภูมิสิริ น้อมเกล้าน้อมกระหม่อม

ถวายเป็นพระราชกุศลและเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ (รัชกาลที่๙)

ในครั้งนี้จึงได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ จากพระวิหารพระเขี้ยวแก้ว เมืองแคนดี้ ประเทศศรีลังกา

ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นพระบรมสารีริกธาตุส่วนหนึ่งที่ได้รับแบ่งมาจากเมืองกุสินารา

หลังพิธีถวายพระเพลิงพระสรีระพระพุทธเจ้ามาประดิษฐานไว้ในยอดปลีของพระมหาธาตุเจดีย์ฯ

ร่วมกับพระบรมสารีริกธาตุ ที่ได้จากผู้มีจิตศรัทธาร่วมอนุโมทนาอันได้แก่ พระบรมสารีริกธาตุ ที่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ(รัชกาลที่๙) พระราชทานให้

 

 

พระมหาธาตุ นภพลภูมิสิริ องค์นี้ มีการออกแบบ เน้นที่รูปลักษณ์และสีสันอันอ่อนช้อยงดงาม

สมกับคุณลักษณะตามธรรมชาติของสตรี นอกจากนี้ ยังออกแบบก่อสร้างตามแนวทางของหลักธรรมะ ข้อที่ว่า

” โพธิปักขิยธรรม ๓๗ ประการ ” ซึ่งหมายถึง ธรรมอันเป็นไปในทางฝักใฝ่การบรรลุ

พระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ ในที่สุด

 

สถานที่ใกล้เคียง
เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน
เวียงกุมกาม
พระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร
เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติอ่างกา
แม่กลางหลวง
โครงการเพาะพันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารีอินทนนท์   
สถานที่ท่องเที่ยวทั้งหมด

สำนักงานพระมหาธาตุนภเมทนีดลและพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ

ตำบล บ้านหลวง อำเภอ จอมทอง เชียงใหม่ 50160
โทร. 080-9245459
ติดต่อผู้ดูแลเว็บไซต์ illusion.thai@gmail.com